This website uses cookies. By continuing to use this website, you agree to the use of cookies. More info here
Accept Cookies

PADDY DRYING PLANT

Mae Sai, Chiangrai
Thailand
2017

PADDY DRYING PLANT

Mae Sai, Chiangrai
Thailand
2017

PADDY DRYING PLANT

Mae Sai, Chiangrai
Thailand
2017

โรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย โดยมูลนิธิชัยพัฒนา บนพื้นที่ราชพัสดุ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านพระราชทานสะสมไว้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะทรงสะสมเมล็ดพันธุ์พืชสำรอง ไว้ในยามที่บ้านเมืองประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ เพราะเมื่อเกิดวิกฤติจากภัยธรรมชาติ ราษฎรมีความเดือดร้อนจากพื้นที่ทำกินเสียหาย มูลนิธิชัยพัฒนาจึงรับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสะสมสำรองไว้ อีกทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรได้มีพืชสายพันธุ์ที่ดี ให้ผลผลิตดี และทนทานต่อโรคหรือแมลง โดยหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญได้แก่ ข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญของประเทศ ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงร่วมมือกับชาวบ้านในการร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อสะสมไว้ใช้พระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และนำมาพัฒนาต่อยอดจนได้พันธุ์ที่ตรงตามความต้องการ

โรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน มีโรงอบ ๒ แห่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดสระบุรี เดิมทีข้าวที่เป็นผลผลิตจากภาคเหนือ เมื่อรับซื้อจากเกษรตรกรในพื้นที่แล้ว จะถูกส่งไปยังโรงอบที่จังหวัดสุรินทร์เป็นหลักเพื่อเข้าสู่กระบวนการอบเมล็ดพันธุ์ ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีพระราชดำริที่จะสร้างโรงอบสำหรับพื้นที่ของภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ดังนั้นอาคารโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” จึงริเริ่มขึ้นตาม พระราชดำริ โดยเป็นอาคารสำหรับอบเมล็ดข้าวที่คัดเลือกพันธุ์แล้ว และเป็นพื้นที่พักเมล็ดก่อนนำไปสู่กระบวนการต่อไป

ในการออกแบบได้ศึกษากระบวนการทำงานทั้งหมดของโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ตั้งแต่การรับเกษตรกรที่ประสงค์จะเข้าโครงการ การเตรียมการเพาะปลูกโดยมีวิทยากรชี้แนะให้ความรู้แก่เกษตรกร การตรวจสอบความพร้อมของดินก่อนรับมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวไปปลูก การรับและตรวจสอบมาตรฐานของผลผลิตให้เป็นไปตามเกณฑ์ก่อนนำไปอบ จนกระทั่งขั้นตอนการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบอาคารให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริง

แนวความคิดหลักด้านสถาปัตยกรรม ได้นำเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมไทยล้านนา และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยมาผสมผสานกัน เพื่อให้อาคารมีความน่าสนใจ คงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น มีความกลมกลืนและเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งเนื่องจากโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวแห่งนี้ เป็นอาคารที่ติดตั้งเครื่องอบข้าวตามกรรมวิธี ที่มีโครงสร้างและอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นโลหะ อาจทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งระหว่างโรงอบสำหรับผลิตผลทางการเกษตรกับโลหะ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมที่จะทำให้เกิดความสดใสสอดคล้องกับผลผลิตทางการเกษตร โดยเลือกใช้สีที่ทำให้เกิดความสดใสแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนของเครื่องจักร ทำให้เกิดความน่ารื่นใจ แปลงจากความแข็งกระด้างของเครื่องจักรโลหะ เป็นความชุ่มชื่นและสวยงาม

รายละเอียดสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบพื้นที่ของโรงอบเมล็ดพันธุ์เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับการใช้งานคือ ความร้อนที่เกิดจากเครื่องจักรและการป้องกันความชื้นเพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านกระบวนการอบแล้ว รวมถึงขนาดของอาคารสำหรับตั้งเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ จึงได้ทำการออกแบบให้อาคารมีขนาดตามความจำเป็นในการใช้งานจริง โดยกำหนดความสูงเพื่อรองรับเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ และมีความสูงเกิน ๑๐ เมตร มีหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น เพื่อช่วยระบายอากาศ ส่วนผนังโดยรอบมีลักษณะเป็นบานเกล็ด (Louvre) ซึ่งด้านบนเป็นลวดตาข่าย (Wire Mesh) ความโปร่งที่เกิดขึ้นนี้ ช่วยให้ลมสามารถผ่านเข้ามาและหมุนเวียนภายในได้ ตั้งแต่พื้นด้านล่างจนถึงระดับโครงหลังคา นอกจากนี้ยังมีลวดตาข่ายซ้อนอยู่ด้านหลังผนังบานเกล็ดอีกชั้น เพื่อป้องกันนกหรือสัตว์ต่างๆ ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่โรงอบและพื้นที่เก็บเมล็ดพันธุ์ได้ 

ในการออกแบบประตูโรงอบฯ ตามแบบอาคารเดิมที่จังหวัดสุรินทร์ได้ออกแบบให้เป็นประตูเหล็กม้วน (Roller Shutter) ซึ่งมีข้อเสียสำหรับการใช้งานในระยะยาว เนื่องจากระบบการเปิดและปิดของประตูทำให้มีโอกาสเสียหายได้ง่าย และต้องทำการบำรุงรักษาอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงเมื่อได้ศึกษาข้อมูลเรื่องลมในพื้นที่ของโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายที่มีลมพัดแรงตลอดทั้งปีนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประตูที่มีความแข็งแรงเพื่อช่วยต้านทานแรงลมได้มากขึ้น จึงได้เลือกใช้ประตูเหล็กบานคู่ที่เป็นบานเกล็ด นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสมาใช้แทนประตูเหล็กม้วนแบบเดิมเพื่อการใช้งานที่คงทนและยาวนานมากขึ้น

การออกแบบโครงสร้างหลักของอาคาร ประกอบด้วย ฐานรากแผ่ วัสดุประกอบอาคาร เสา และหลังคาเป็นเหล็ก โดยมีเสาคอนกรีตช่วยรับน้ำหนักในส่วนที่เป็นโครงสร้างสำคัญ เนื่องจากโครงการนี้เป็นการก่อสร้างแบบเร่งรัด (Fast Track) ซึ่งกำหนดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เพื่อให้ทันการเปิดรับผลิตผลของเกษตรกรในฤดูการเก็บเกี่ยว จึงได้เลือกใช้กระบวนการก่อสร้างแบบ Dry Method โดยทำการสร้างชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรและอาคารในพื้นที่โรงซ่อมสร้างของโครงการฯ แล้วจึงนำไปประกอบพร้อมติดตั้งที่โรงอบฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย และในส่วนของเครื่องจักรที่จะใช้ภายในโรงอบ โดยปรกติแล้วนั้นชิ้นส่วนเครื่องจักรจะผ่านการทำสีมาจากโรงงานก่อนนำมาติดตั้ง แต่ในกรณีนี้ชิ้นส่วนเครื่องจักรได้รับการออกแบบให้มีสีสันเฉพาะเพื่อความเหมาะสมกับโครงการฯ ดังนั้น ชิ้นส่วนเครื่องจักรจึงได้รับแค่การทาสีกันสนิมมาจากโรงงานเท่านั้น เพื่อส่งมาทำสีที่โรงซ่อมสร้างของโครงการฯ 

ในการออกแบบโครงการโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” นี้นอกจากจะเป็นโครงการที่จะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่แล้วนั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสร้างสรรค์งานที่ดี สร้างสมประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพในการทำงาน เพื่อเป็นต้นแบบและแนวทางในการทำงานออกแบบอาคารประเภทนี้ต่อไป

Share:
Facebook
Email